top of page

Essential skills ทักษะสำคัญสู่ความสำเร็จ

อัปเดตเมื่อ 24 ม.ค. 2566



ในโลกแห่งการทำงาน หากคุณมีเพียง Hard Skills หรือทักษะที่เรียนรู้จากใบปริญญาอย่างเดียวอาจจะ "ไม่เพียงพอ" ให้คุณประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว เพราะ เมื่อถึงคราวต้องลงสนามจริง คุณอาจต้องรับมือกับความท้าทายในหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งเรื่องงาน เรื่องคน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ และทักษะของโลกยุคใหม่ ซึ่งผู้ที่จะอยู่ได้ยาว ๆ อย่างสำนวนที่ว่า Play the long game ก็คือ "ผู้ที่รอบรู้ไปด้วย Essential Skills" ทักษะแห่งพลังที่เกิดจากการเรียนรู้ในระดับพฤติกรรม ที่สามารถพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ว่าเทรนด์โลกจะเบนเข็มไปทางใดก็ตาม​


​Essential Skills คืออะไร


Essential Skills หรือที่รู้จักกันในชื่อ Power Skills และ Soft Skills คือทักษะทางพฤติกรรม (Behavioural Skills) ที่ได้มาจากประสบการณ์และต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ เช่น ความยืดหยุ่นปรับตัวได้ไว การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และกรอบความคิดหรือ Mindset แบบต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ทั้งในเรื่องการทำงาน และชีวิตส่วนตัว​


​แน่นอนว่า Essential Skills นั้นมีความแตกต่างจาก Hard Skills หรือทักษะทางอาชีพที่ได้มาจากการเรียนรู้ด้านเทคนิค และทฤษฎี เช่น การประดิษฐ์คิดค้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือการใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ และเมื่อถึงเวลาทำงานจริง คุณจะมีเพียง Hard Skills อย่างเดียวไม่ได้ เพราะหากคุณเชี่ยวชาญในวิชาความรู้แต่ขาดทักษะของการใช้ชีวิต ไม่เปิดใจรับสิ่งใหม่ ก็อาจทำให้มีปัญหาในการปรับตัว ส่งผลกระทบไปถึงขั้นตอนการทำงานที่ติดขัด ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ราบรื่น และผลลัพธ์ของงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น



Soft Skill คือ ความสามารถของบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับความสามารถเชิงเทคนิค แต่จะเกี่ยวกับทักษะด้านอารมณ์ อุปนิสัย ความคิด หรือการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ของแต่ละบุคคล เป็นทักษะที่มีความสัมพันธ์ในด้านของ EQ หรือ ภาวะความฉลาดด้านอารมณ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ IQ หรือ ทักษะความฉลาดด้านวิชาการนั่นเอง

ESSENTIAL SKILLS ทักษะสำคัญสู่ความสำเร็จ



10 ทักษะแห่งอนาคตที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพของคุณ



1. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill)

ทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่ต้องใช้อยู่เสมอ เนื่องจากการทำงานในองค์กรต้องติดต่อกับผู้อื่นตลอดเวลา เช่น หัวหน้า ลูกน้อง ผู้ร่วมงานในทีม ซัพพลายเออร์ รวมถึงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ


การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจน ตรงประเด็น ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่น รวมถึงรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์


นอกเหนือจากการพูดแล้ว การฟังก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ


กล่าวคือ การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง ขณะรับฟัง ไม่ควรรีบด่วนสรุป หรือไม่อดทนฟังจนจบ ทำให้ไม่เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด และเป็นสาเหตุให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร


2. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)

ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะที่สร้างแนวคิดใหม่ ๆ พัฒนาวิธีการใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้น ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาได้ดีกว่าเดิม


วิธีการที่จะช่วยพัฒนาทักษะนี้ คือ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อ่านข่าว อ่านหนังสือ อบรมสัมมนาความรู้ใหม่ ๆ ที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนาการทำงานของคุณให้ดีขึ้น พูดคุยกับผู้คนต่างๆเพิ่มเกิดไอเดียใหม่ๆ เหล่านี้จะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้


3. ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving)

ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทักษะหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เช่น ความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจถึงรากของปัญหา การตั้งคำถาม การหาเหตุผล ประเมินทางเลือกและตัดสินใจ นักแก้ปัญหาที่ดี ไม่เพียงแต่หาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังคาดการถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้าอีกด้วย


4. ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration)

การทำงานในองค์กรให้เกิดความสำเร็จต้องอาศัยการร่วมมือกันระหว่างหลาย ๆ ฝ่าย ทักษะการทํางานเป็นทีม (Teamwork) และความร่วมมือกัน (Collaboration) จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ทั้งภายในทีมและระหว่างแผนกต่าง ๆ ในองค์กร


ข้อดีของการทำงานเป็นทีม

1. ความรวดเร็วในการทำงาน



  • การทำงานเป็นทีม : หากมีงานหนึ่งงานใดที่เราไม่เคยทำมาก่อน เราสามารถให้คนที่เชี่ยวชาญกว่าทำแทนเราได้ อีกทั้งการทำงานแบบส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ยังช่วยให้การทำงานของเรารวดเร็วขึ้น เราเพียงแค่ทำงานส่วนของเราให้ดีที่สุด จากนั้น ให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นช่วยทำงานส่วนของเขาต่อ การทำงานก็จะเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว

2. ความร่วมมือในการตัดสินใจ

  • การทำงานเป็นทีม : อาจจะเสียเวลาในการรอความคิดเห็นจากคนอื่น แต่ทุกคนในทีมได้มีส่วนร่วม ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราได้ทำตามความคิดเห็นของส่วนรวม ไม่ใช่ความคิดของคนใดคนหนึ่ง หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราก็ไม่ต้องมาโทษว่าเป็นความผิดของใคร เพราะทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้เกิดความผูกพันธ์ในทีมมากขึ้น

3. ทำงานตรงกับความสามารถ

  • การทำงานเป็นทีม : เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะทำงานอะไร เพราะทุกคนต้องแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน หากเราไม่ถนัดที่จะทำงานอีกอย่าง เราสามารถเลือกมาทำงานอีกอย่างได้ เพียงแต่ต้องบอกความจำเป็น และขีดจำกัดของความสามารถของเราให้ทีมได้รับรู้ก่อน การได้ทำงานที่ตรงกับความสามารถ จะช่วยให้เราทำงานออกมาได้ดี

4. ความคิดสร้างสรรค์