top of page

เทคนิคการวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปีเพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการขององค์กร

อัปเดตเมื่อ 4 พ.ค. 2566


การวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับการพัฒนาและเติบโตขององค์กรในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นเทคนิคการวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปีจึงเป็นสิ่งที่ควรรู้และนำมาใช้ในการจัดการองค์กรให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนี้

  1. วิเคราะห์ความต้องการและการสอบถามความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง: ควรเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์และสอบถามความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหาร, หัวหน้าแผนก, พนักงาน โดยใช้วิธีการสำรวจความคิดเห็น, สัมภาษณ์ หรือแบบสอบถาม เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาและการอบรมที่ต้องการ

  2. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์: ควรกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการอบรม เช่น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาทักษะ สร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น โดยการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์จะช่วยกำหนดแนวทางการจัดทำแผนอบรมให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร

  3. วางแผนการอบรม: หลังจากได้ข้อมูลและกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์และ ให้วางแผนการอบรมโดยระบุเนื้อหาการอบรม, รูปแบบการอบรม, ระยะเวลาการอบรม, และบุคลากรที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้สอน เช่น ผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กรหรือภายนอกองค์กร

  4. จัดทำแผนงานฝึกอบรม: หลังจากวางแผนการอบรมเสร็จสิ้น จะต้องจัดทำแผนงานฝึกอบรมโดยแบ่งออกเป็นขั้นตอนและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การอบรมมีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและเต็มประสิทธิภาพ

  5. กำหนดงบประมาณ: ควรกำหนดงบประมาณสำหรับการอบรมเพื่อให้การจัดทำแผนอบรมเป็นไปอย่างเหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุนขององค์กร

  6. ตรวจสอบและประเมินผล: หลังจากจัดทำแผนอบรมเสร็จสิ้นแล้ว ควรตรวจสอบและประเมินผลการอบรม เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำเร็จของการอบรม และสามารถปรับปรุงแผนอบรมในปีต่อไปได้

การวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปีเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และควรมีการวิเคราะห์และวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลการอบรมที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการพัฒนาองค์กรและผู้ใช้บริการขององค์กร นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่สามารถนำมาช่วยในการวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี เช่น

  • การวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียน: การวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนอบรม เพราะจะช่วยให้เลือกเนื้อหาการอบรมที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้

  • การใช้เทคโนโลยี: เทคโนโลยีสามารถนำมาช่วยในการจัดทำแผนฝึกอบรมได้ เช่น การใช้ซอฟต์แวร์วางแผนการอบรม หรือการใช้แอปพลิเคชันเพื่อติดตามผลการอบรม

  • การเก็บข้อมูล: การเก็บข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนและจัดทำแผนฝึกอบรม เพราะ จะช่วยให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เรียน และผลการอบรม เพื่อนำมาปรับปรุงแผนฝึกอบรมในปีต่อไปได้

Agricultural Model

เปรียบเทียบการพัฒนาบุคลากร เช่นเดียวกับ การปลูกต้นไม้





  • เพาะเมล็ดพันธ์ดี = รับคนดีเข้ามาทำงาน

  • ดินดี = ระบบต่างๆในองค์กรดี

  • รดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ = ค่าตอบแทนดี และสวัสดิการเหมาะสมผู้บังคับบัญชาดูแลดี ประเมินผลงานอย่างเหมาะสมถูกต้อง

  • ให้ปุยบ้างเป็นครั้งคราว = ให้การฝึกอบรม พัฒนาเป็นครั้งคราว

  • ต้นไม้งามดีออกดอกออกผล = พนักงานดี ผลิตผลงานคุณภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ


ความจำเป็น (needs) Vร. ความต้องการ (wants)

  • Need ไม่มีไม่ได้ (ถ้าไม่มี อาจจะเกิดผลเสียหายตามมา)

  • Want อยาก (ถึงแม้ไม่มี ก็ไม่เป็นไร)

ฝ่ายฝึกอบรมส่งรายชื่อหลักสูตรไปให้แผนกต่างๆเลือก บางครั้งจะพบว่าความต้องการไม่ตรงกับงาน หรือปัญหาของแผนกนั้น (จะได้หลักสูตรที่ไม่จัดก็ได้)


การสำรวจความจำเป็น หลักสูตรฝึกอบรมเป็นหลักสูตรที่ต้องจัด ถ้าไม่ฝึกอบรมแล้วพนักงานทำงานไม่ได้คุณภาพ หรือไม่บรรลุเป้าหมายขององค์กร


ที่มาของการพัฒนาพนักงานในองค์กร

Training Needs Analysis



  1. strategy Business กลยุทธ์องค์กร

  2. Ownier Needs & Expectation ความคาดหวัง และความต้องการของเจ้าของธุรกิจ

  3. Customer Needs & Expectation ความคาดหวัง และความต้องการของลูกค้า

  4. Law & Regulation กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

  5. Competency ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ควรมีในควรปฏินัติงาน


สมรรถนะ/ ขีดความสามารถ (Competency)

"สมรรถนะ/ขีดความสามารถ" (Competency) หมายถึงความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานหรือดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่



  1. Knowledge (ความรู้) - คือ ความรู้ที่สะสมมาจากการศึกษา การเรียนรู้ การสัมผัสประสบการณ์ และการฝึกฝน โดยจะมีความเกี่ยวข้องกับงานหรือสิ่งที่ต้องการทำ

  2. Skills (ทักษะ) - คือ การประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นทักษะทางกายภาพ ทักษะทางความคิด หรือทักษะทางสังคม

  3. Attitude (เจตคติ) - คือ การมีความตั้งใจที่ดีในการทำงาน ความซื่อสัตย์ ความเป็นมืออาชีพ และเป็นตัวแทนองค์กรที่ดี โดยต้องมีความสอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กร

ส่วนของ KSA จะใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความต้องการของงาน โดยการระบุ KSA ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน จะช่วยให้สามารถเลือกบุคคลที่มีความสามารถและทักษะที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ ได้ นอกจากนี้ KSA ยังช่วยในการกำหนดเป้าหมายฝึกอบรม และใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อปรับปรุงและพัฒนาทักษะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


การระบุ KSA นั้นสามารถทำได้โดยการศึกษา และวิเคราะห์งานตามบริบทขององค์กร โดยการพูดคุยกับผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้น และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์งานต่างๆ เช่น Job Analysis และ Competency Mapping เพื่อหาข้อมูลและวิเคราะห์ขีดความสามารถที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นๆ นอกจากนี้ KSA ยังสามารถปรับปรุงได้ตามความต้องการขององค์กรและการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทำงานขององค์กรด้วย


Training Needs Analysis


Training Needs Analysis (หรือ TNA) ใช้สำหรับการประเมินเพื่อค้นหาความจำเป็นในการฝึกอบรมและพัฒนาขององค์กร รากเหง้าของ TNA นี้ก็คือการวิเคราะห์หาช่องว่าง (gap analysis) ระหว่างความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ทำงานและทัศนคติในการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของพนักงาน กับที่องค์กรคาดหวังเพื่อให้การทำงานตามตำแหน่งงานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์

การทำ TNA หากจะให้ดีก็ควรต้องทำก่อนที่จะมีการออกแบบฝึกอบรม หรือก่อนที่จะกำหนดวิธีการพัฒนาพนักงาน ก่อนจะทำการตั้งงบประมาณรวมทั้งการจัดกิจกรรมฝึกอบรมพัฒนาพนักงาน

กระบวนการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ

ดำเนินตามขั้นตอน ดังนี้



  1. วิเคราะห์ความจำเป็นในการฝึกอบรม (training needs)

  2. กำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับ training needs

  3. กำหนดหลักสูตร วิธีการฝึกอบรม เขียน โครงการฝึกอบรม

  4. ดำเนินการฝึกอบรม

  5. ประเมินผล/ติดตามผลการฝึกอบรม เพื่อตรวจสอบประสิทธิผลการฝึกอบรม

  6. ปรับปรุงโครงการฝึกอบรม (ถ้าจำเป็น) การฝึกอบรมที่เป็นระบบจะตอบคำถาม Who What When Where Why How of training

แผนฝึก อบรม พัฒนาบุคลากร training road map

Training Road Map คือ การสร้างแผนการฝึกอบรมในแต่ละระดับของตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบและขีดความสามารถ (Competency) ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการสร้างแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการพัฒนาบุคลากร ที่หลายองค์กรธุรกิจชั้นนำให้ความสนใจ เพราะพัฒนาได้สอดคล้องกับเป้าหมายและการทำงาน



การประเมินผลการฝึกอบรม 4 ลำดับ

  • Level 1 Reaction การตอบสนอง

  • Level 2 Learning การเรียนรู้

  • Level 3 Behavior พฤติกรรม

  • Level 4 Results ผลที่มีต่อองค์กร



15 เทคนิคและองค์ประกอบสำคัญของการฝึกอบรมพนักงาน จาก Forbes HR Council

ผู้เชี่ยวชาญ 15 ท่านจาก Forbes HR Council ได้ให้คำแนะนำเรื่องเทคนิค และองค์ประกอบสำคัญของการฝึกอบรมพนักงานที่ครอบคลุมสำหรับทุกองค์กรเอาไว้ ดังนี้


1. Cross-Cultural Social Skills


เมื่อเราก้าวไปในโลกดิจิทัลมากขึ้น ทักษะด้านสังคม และอารมณ์กลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น ในการประสบความสำเร็จในธุรกิจ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยมีประสิทธิภาพ นั่นแปลว่าองค์กรต้องมีทักษะบริหารความแตกต่างและใช้ประโยชน์จากความแตกต่างเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด เพราะคงไม่มีประโยชน์เลยหากองค์กรรวมคนที่หลากหลายเอาไว้ แต่ไม่สามารถโน้มน้าวให้พนักงานทำงานร่วมกันเมื่อผู้นำได้ข้อสรุปในทิศทางที่แตกต่างจากความเชื่อของแต่ละคน. - Loren Rosario-Maldonado, Claro Enterprise Solutions, Inc.


2. Coaching

การสอนหรือให้คำแนะนำคือปัจจัยสำคัญขององค์กร แต่เป็นสิ่งที่เรามักจะมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว อาจเพราะคิดว่าเรารู้จักพนักงานและวัฒนธรรมองค์กรดีแล้ว แต่แท้จริงทักษะ Coaching คือ ทักษะการสื่อสารที่สำคัญมากในการโน้มน้าวหรือเยียวยาจิตใจที่จะส่งผลโดยตรงต่อการแก้ไขสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือหัวข้อที่ผู้จัดการ, ผู้บริหาร, หัวหน้า HR ต้องเข้าร่วมอย่างเลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นอาจทำให้เราพลาดโอกาสในการทำงานอย่างน่าเสียดาย - Elizabeth Corey, Velosio


3. Performance Management

สืบเนื่องมาจากเรื่องการลาออกครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Resignation) หลายบริษัทจึงเร่งรีบจ้างงานในปี 2564 เพื่อเข้ามาทดแทน ซึ่งการจ้างงานเหล่านี้บางส่วนอาจไม่ได้ผล ดังนั้นวิธีที่ควรทำคือการฝึกอบรมพนักงานทั้งหมดให้เห็นถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน และเข้าใจว่าวิธีวัดผลหรือการทำงานบางส่วนจะต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน


บริษัทสามารถจัดการฝึกอบรมพนักงานเพื่อให้เข้าใจว่าจากนี้จะมีการประเมินผลบ่อยขึ้น อาจเป็นทุก ๆ 30 / 60 / 90 วัน เป็นต้น จากนั้นก็คอยสังเกตว่าปัญหาในการทำงานโดยระบบนี้คืออะไร เพื่อจะได้รีบแก้ไขปัญหาและปิดจุดอ่อนของบริษัทให้ทันเวลา - Camille Fetter, Talentfoot Executive Search


4. Company Culture

แผนฝึกอบรมพนักงานมักจะมุ่งเน้นที่ "วัฒนธรรมองค์กรคืออะไร" และมองข้ามว่า "จะทำอย่างไรให้เราเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกอบรมพนักงานที่เข้ามาใหม่ ที่มีการทำงานรูปแบบ hybrid องค์กรต้องให้ความสำคัญและอธิบายเกี่ยวกับเรื่องบรรทัดฐานวัฒนธรรมขององค์กร และวิธีการทำงานในองค์กรนั้น ๆ เพราะหากองค์กรไม่ให้ความสำคัญกับการอธิบายตรงนี้เลย ก็เป็นเรื่องยากมากที่พนักงานใหม่จะมีมุมมองสอดคล้องกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ - Katya Daniel, Golden Hippo


5. Accountability

แผนกทรัพยากรบุคคลจำเป็นต้องช่วยให้ผู้จัดการเข้าใจว่าพวกเขาสามารถนำไปสู่ความเป็นเลิศด้วยความรับผิดชอบได้อย่างไร หากพวกเขารับผิดชอบต่อตัวเลขที่สะท้อนถึงประสบการณ์ของพนักงาน พวกเขาจะสร้างประสบการณ์ของพนักงานที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นกว่าที่อื่น- Lisa Toppin, Illumina


6. Adaptability

ความสามารถในการปรับตัว ควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก สำหรับพนักงานและการแผนฝึกอบรมทักษะ ปัจจุบัน โลกธุรกิจจำเป็นต้องเลิกเรียนรู้พฤติกรรมและกระบวนการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ มากกว่าที่เคย การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ จะช่วยให้องค์กรต่างๆ ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าแทนที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะสมาชิกตามไม่ทันกับการพัฒนาใหม่ ๆ - Graham Glass, CYPHER LEARNING


7. Organizational Alignment

หัวข้อที่หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ควรพิจารณาเพิ่มในแผนการฝึกอบรม คือ การทำให้องค์กรมีความสอดคล้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน (Organization Alignment) และวิธีการทำงานระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ภายในบริษัทเดียวกัน แต่จะแตกต่างจากการอธิบายเรื่อง Organize Chart โดยให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับความแตกต่างของหน่วยธุรกิจ และบทบาทของแต่ละบุคคลที่จะสามารถสนับสนุนทางอ้อมต่อกลยุทธ์ของบริษัท การทำงานร่วมกันข้ามสายงาน และท้ายที่สุดคือความพึงพอใจของลูกค้า - Dr. Timothy J. Giardino, BMC Software


8. Workplace Expectations

ทั้งผู้นำและผู้ร่วมงานต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารความคาดหวังของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพ การที่ความคาดหวังของผู้จัดการและพนักงานไม่สอดคล้องหรือไม่เข้าใจกันอย่างชัดเจน อาจจะเกิดปัญหาที่เกิดขึ้นอาจดูเหมือนปัญหาด้านประสิทธิภาพหรือพฤติกรรม ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น การเรียนรู้ที่จะสื่อสารความคาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันความเข้าใจผิด- Laura Doner, Riverchase Dermatology and Cosmetic Surgery


9. Employee Burnout Prevention

ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคล ควรใช้แผนการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการช่วยให้พนักงานหลีกเลี่ยงความเหนื่อยหน่าย ในสภาพแวดล้อมการทำงานหลังโควิด-19 ที่พนักงานจำนวนมากยังคงทำงานจากที่บ้าน การสร้างขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างที่ทำงานและที่บ้านมีความสำคัญสูงสุดต่อสวัสดิภาพของพนักงานของเรา ผู้นำยังต้องได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ หากมีพนักงานส่งสัญญาณของความเหนื่อยหน่ายที่อาจเกิดขึ้น - Raven Lee, Kapsch TrafficCom USA, Inc.


10. Emotional Intelligence

หัวข้อที่มักถูกละเลยในแผนการฝึกอบรมพนักงาน คือ ความฉลาดทางอารมณ์ในที่ทำงาน

พนักงานอาจเก่งทางเทคนิคในบทบาทของตน แต่อาจขาดทักษะเรื่องของภาษากาย ขาดความสามารถในการปรับจูนและติดตามอารมณ์ของตนเอง ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคต


11. Opportunities For Human Connection

ในการเปิดรับ AI และลดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการ องค์กรบางแห่งได้ยกเลิกแผนการฝึกอบรมให้กับบอทและหลักสูตรออนไลน์ การใช้การเชื่อมต่อของมนุษย์เป็นระยะกับผู้ใช้เพื่อตรวจสอบความเกี่ยวข้องของข้อมูลและข้อเสนอแนะสามารถช่วยปรับปรุงความยั่งยืนของโปรแกรมได้ - Mofoluwaso Ilevbare, Primary Connect


12. Additional Learning Programs

การประเมินความต้องการในการฝึกอบรม (TNA) มักถูกดำเนินการโดยผู้จัดการสายงานซึ่งบางครั้งอาจจะรู้สึกว่าตนเองได้ติดอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถสูง เนื่องจากพวกเขาอาจไม่มีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับตนเอง ดังนั้น แทนที่ผู้จัดการจะปรับปรุงความสามารถของพนักงานให้เหมาะสม พนักงานที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาบางคนมักถูกส่งเข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมที่ไม่มีประโยชน์ต่อประสบการณ์ของพวกเขา ดังนั้นผู้นำต้องเติมเต็มทักษะการประเมินความต้องการการฝึกอบรม (TNA) เพื่อกำจัดคำขอการฝึกอบรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายงานโดยตรง - Rohit Manucha, SIH AGH


13. Collaboration Skills

ทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม ดังนั้น การฝึกพนักงานให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สอนให้คนฟังมากขึ้นและพูดน้อยลง และให้และรับคำติชม ทักษะการทำงานร่วมกันที่แข็งแกร่งจะเป็นประโยชน์ เมื่อพนักงานทำงานร่วมกันในโครงการที่สำคัญของบริษัท - Maria Leggett, MHI


14. Measurement Of Success

บ่อยครั้งที่แผนการฝึกอบรม ดำเนินการตามความต้องการ แต่ยังไม่ได้วางกลไกที่เหมาะสมเพื่อวัดความสำเร็จอย่างแท้จริง ความสำเร็จมีมากกว่าการที่พนักงานพูดว่าการฝึกอบรมเป็นไปด้วยดี องค์กรต้องเห็นว่าการฝึกอบรมนั้นมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และลดความท้าทายลงได้ถึงระดับใด การประเมินและวัดผลด้วยตัวเลขจะช่วยให้ทำได้ง่ายขึ้น - Tiersa Smith-Hall, The Hartling Group


15. Business Communication

การจัดหาทรัพยากร และการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้จัดการผ่านอีเมล ทางโทรศัพท์ ด้วยตนเอง และผ่าน Zoom การทำความเข้าใจวิธีการเขียนและพูดในทุกรูปแบบ และในระดับขององค์กรโดยมีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจจะต้องเป็นสิ่งสำคัญในการฝึกอบรมของพนักงาน - Kelsey Schnittgen, Mission Critical Solutions


ขั้นตอนการวางแผนการฝึกอบรม

การวางแผนการฝึกอบรม คือ

ตัวอย่างแผนการฝึกอบรมพนักงาน excel

ตัวอย่างแผนฝึกอบรมประจําปี 2564

การจัด ทำ แผนการ ฝึก อบรม

หลักสูตรการ ฝึก อบรม พัฒนาบุคลากร

การวางแผนและบริหารการฝึกอบรม การพัฒนาตามสายอาชีพ


ดู 5,894 ครั้ง

1 Comment


Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook
  • ไอคอน YouTube สังคม
bottom of page